เกิดขึ้นมาพร้อมกับการก่อตั้งมหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2439 มีชื่อว่า
"โรงเรียนราชวิทยาลัย" ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "โรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา"
ซึ่งขณะนั้นยังไม่เปิดสอนด้านการฝึกหัดครู ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2446
กระทรวงธรรมการได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูในจวนของสมเด็จเจ้าพระยา
เรียกชื่อว่า "โรงเรียนฝึกหัดครูฝั่งตะวันตก" ผลิตครูสอนชั้นมูลแล้วส่งไปตาม
หัวเมืองต่าง ๆ

                       ต่อมาได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูในจวนของสมเด็จเจ้าพระยาเรียกชื่อว่า
"โรงเรียนฝึกหัดครูฝั่งตะวันตก" ได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูต่างจังหวัดมากขึ้น โดยมีนโยบายที่จะ
ผลิตครูให้เพียงพอกับความต้องการในปี พ.ศ. 2449 ทางราชการได้ย้ายโรงเรียนฝึกอาจารย์
เทพศิรินทร์มารวมกับโรงเรียนฝึกหัดครูฝั่งตะวันตก แล้วเรียกชื่อใหม่ว่า "โรงเรียนฝึกอาจารย์
ฝั่งตะวันตก" และต่อมาก็เรียกชื่อใหม่ว่า "โรงเรียนฝึกบ้านสมเด็จเจ้าพระยา" ในระหว่างปี พ.ศ.
2446-2458 โรงเรียนฝึกอาจารย์บ้านสมเด็จเจ้าพระยาได้ยุบกลายเป็น "โรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จ-
เจ้าพระยา" ในปีพ.ศ. 2484 กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่จะผลิตครูมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอ
กับจำนวนประชากรที่มากขึ้นจึงเปิดแผนกครูเพิ่มขึ้นเรียกว่า "โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จ-
เจ้าพระยา" โดยรับนักเรียนทุนของทุกจังหวัด มาเรียน ในปี พ.ศ. 2484 ได้เปิดหลักสูตรประโยค
ครูประถมขึ้น ในปี พ.ศ. 2496 ได้ยุบหลักสูตรดังกล่าว และได้เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตร
วิชาการศึกษา (ป.กศ.) และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ. สูง) ขึ้นมาแทน

    ในปี พ.ศ. 2501 โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ได้ยกฐานะขึ้นเป็น "วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา" ต่อ
มาได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518
โดยให้วิทยาลัยครูเปิดสอนระดับปริญญาตรี สาขาวิชา
การศึกษา (ค.บ.) มีคณะวิชาเกิดขึ้น 3 คณะ คือ
คณะวิชาครุศาสตร์ คณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังศาสตร์

             ตำแหน่งผู้บริหารวิทยาลัยครูเรียกว่า "อธิการ" และตำแหน่งผู้บริหารคณะวิชาเรียกว่า
"หัวหน้าคณะ" คณะวิชาครุศาสตร์วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยามี 5 ภาควิชา คือ
ภาควิชาพื้นฐานการศึกษา ภาควิชาหลักสูตรและการสอนภาควิชาจิตวิทยา และการแนะแนว
ภาควิชาเทคโนโลยีและวัตกรรมการศึกษา ภาควิชาวัดผลและวิจัยการศึกษา ในปี พ.ศ. 2527
ได้มีพระราชบัญญัติวิทยาลัยครูฉบับที่ 2 วิทยาลัยครูจึงสามารถเปิดวิชาอื่นได้อีก 2 สาขา คือ
สาขาวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) สาขาศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) และมีคณะใหม่เพิ่มขึ้นอีก
1 คณะ คือ คณะวิทยาการจัดการ

                            
              ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
โปรดเกล้าฯ พระราชทาน ชื่อ "สถาบันราชภัฏ" เมื่อปี พ.ศ.
2535 แทนชื่อ "วิทยาลัยครู" และประกาศใช้พระราชบัญญัติ
สถาบันราชภัฏ เมื่อปี พ.ศ. 2538 จึงเปลี่ยนชื่อ "คณะวิชา
ครุศาสตร์" เป็น "คณะครุศาสตร์" ตำแหน่งผู้บริหารคณะ เปลี่ยน
จาก "หัวหน้าคณะ" เป็น "คณบดี" ตำแหน่งผู้บริหารสถาบัน
เปลี่ยนจาก "อธิการ" เป็น "อธิการบดี"
               ปัจจุบันคณะครุศาสตร์จึงมีบทบาทโดยตรงในการผลิตครู และมหาวิทยาลัยราชภัฏ
บ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีบทบาทในการผลิตบัณฑิตหลายสาขา แทนที่จะผลิตครูอย่างเดียวเหมือน
ในอดีต และในปี พ.ศ. 2540 คณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏได้มีมติเปลี่ยนภาควิชาป็น
โปรแกรมวิชา
       ต่อมาคณะครุศาสตร์ได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโท
หลักสูตร "ประกาศนียบัตรวิชาชีพครู" เพื่อช่วยพัฒนาครูและ
ส่งเสริมวิทยฐานะครูสำหรับครูที่ไม่มีวุฒิขึ้นรับ "ใบประกอบ
วิชาชีพครู" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
2542 และเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทรุ่นที่ 3 โครงการ
ร่วมมือระหว่างคณะครุศาสตร์ และหน่วยงานผู้ใช้ครู

เพื่อเป็นการพัฒนาผู้บริหารการศึกษาใหมีวุฒิ และประกาศนียบัตรการบริหารการศึกษา และ
พัฒนาสืบเนื่องจนกระทั่งคณะครุศาสตร์ได้เปิดหลักสูตร ปริญญาโท รองรับถึง 3 สาขาวิชาเป็น
ลำดับ ได้แก่
          1) ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา
          2) ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน
          3) ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา

          พ.ศ. 2547 สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ได้ให้คณะครุศาสตร์ดำเนินการเปิดสอน
หลักสูตร ระดับปริญญาตรี 5 ปี ซึ่งนับเป็นรุ่นแรกของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
บ้านสมเด็จเจ้าพระยา

  © copy right Faculty of Education BSRU
   Design by Computer Education
testmod test